ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
การบริหารงาน
dot
bulletประธานสภาทนายความ
bulletคณะกรรมการสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา
bulletนโยบายบริหารงาน
dot
บทความ
dot
bulletสาส์นจากประธานสภา
bulletสาส์นจากฝ่ายวิชาการ
bulletกฎหมายใหม่ที่น่าสนใจ
bulletคำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ
bulletแวดวง...ทนายความโคราช
bulletบทความที่น่าสนใจ
bulletบทสัมภาษณ์...สภาทนายความ
bulletข่าวทั่วไปในจังหวัดนครราชสีมา
bulletข่าวเกี่ยวกับสำนักงานสิทธิมนุษยชน
dot
Link นครราชสีมา
dot
bulletสำนักงานจังหวัดนครราชสีมา
bulletตำรวจภูธรนครราชสีมา
bulletหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา
bulletเทศบาลนครนครราชสีมา
bulletเกษตรจังหวัดนครราชสีมา
dot
Link
dot
bulletสภาทนายความ
bulletคณะกรรมการกฤษฎีกา
bulletศาลรัฐธรรมนูญ
bulletศาลล้มละลายกลาง
bulletศาลปกครอง
bulletศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ
bulletศาลแพ่ง
bulletศาลอาญา
bulletเนติบัณฑิตยสภา
bulletสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
bulletสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
bulletThai Justice ศาลไทย
bulletกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม
bulletสำนักงานศาลยุติธรรม ( สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ )
bulletสำนักงานอัยการสูงสุด
bulletวุฒิสภา
bulletสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
bulletกรมทรัพย์สินทางปัญญา
bulletกรมคุมความประพฤติ
bulletกรมราชทัณฑ์
bulletรัฐบาลไทย
bulletรัฐสภา
bulletราชบัณฑิตยสถาน
bulletสารสนเทศแห่งชาติ
bulletกระทรวงยุติธรรม
bulletสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
bulletศูนย์รวมข้อมูลบัตรเครดิต
bulletกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
bulletกรมทะเบียนการค้า
bulletราชกิจจานุเบกษา
dot
Newsletter

dot




ผู้ซื้อทรัพย์ฯ ไม่ต้องฟ้องขับไล่ article

 

ผู้ซื้อทรัพย์ฯ ไม่ต้องฟ้องขับไล่

 

          นับตั้งแต่วันที่  28  กรกฎาคม  2548 เป็นต้นมา พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 22) .. 2548 ได้เริ่มบังคับใช้แล้ว ฉบับนี้จึงขอนำเสนอ สาระสำคัญในกฎหมายฉบับนี้ให้ท่านผู้อ่านควรได้รับทราบ

            ประการแรก        กฎหมายได้แก้ไข คำจำกัดความของคำว่า “เจ้าพนักงานบังคับคดี” โดยบัญญัติไว้ใน มาตรา 1 (14) ว่า

            “ (14)  เจ้าพนักงานบังคับคดี    หมายความว่า     เจ้าพนักงานในสังกัดบังคับคดี    หรือพนักงานอื่นผู้มีอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้อยู่   ในอันที่จะปฏิบัติตามวิธีที่บัญญัติไว้ในภาค 4   แห่งประมวลกฎหมายนี้     เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความในระหว่างการพิจารณา  หรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งและให้หมายความรวมถึงบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ปฏิบัติการแทน “                        

            ความมุ่งหมายของมาตรานี้ ต้องการให้ความหมาย ของเจ้าพนักงานบังคับคดี นั้นกว้างขึ้นมากกว่าเดิม โดยให้หมายความรวมถึง บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ ปฏิบัติหน้าที่แทนด้วย คำว่า บุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็หมายความรวมถึง บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล กฎหมายฉบับนี้ จึงเป็นการเปิดช่องทางให้เจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถมอบหมายให้เอกชนเข้ามาดำเนินการบังคับคดี ตามคำพิพากษาเพื่อความรวดเร็วและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

            ประการที่สอง     กฎหมายได้แก้ไขมาตรา 285(1) (2) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เกี่ยวกับเรื่อง ราคาทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี โดยบัญญัติไว้ดังนี้

            “ (1)     เครื่องนุ่งห่มหลับนอนหรือเครื่องใช้ในครัวเรือนหรือเครื่องให้สอยส่วนตัวโดยประมาณรวมกับราคาไม่เกินห้าหมื่นบาท ในกรณีที่ศาลเห็นสมควร ศาลจะกำหนดทรัพย์สินดังกล่าวที่มีราคาเกินห้าหมื่นบาท ให้เป็นทรัพย์สินที่ไม่ต้องอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีก็ได้ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความจำเป็นตามฐานะของลูกหนี้ตามคำพิพากษา

            (2)        เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพโดยประมาณรวมกันราคาไม่เกินหนึ่งแสนบาท  แต่ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษามีคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลขออนุญาตยึดหน่วงและใช้เครื่องมือและเครื่องใช้อันจำเป็นเพื่อดำเนินการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพ อันมีราคาเกินกว่าจำนวนราคาดังกล่าว ให้ศาลมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจอนุญาตหรือไม่อนุญาตภายในบังคับแห่งเงื่อนไขตามที่ศาลเห็นสมควร “

            ทั้งนี้กฎหมายที่แก้ไขใหม่มุ่งที่จะคุ้มครองสิทธิของลูกหนี้ตามคำฟ้อง  ซึ่งเป็นลูกหนี้รายย่อยและฐานะยากจน ซึ่งกฎหมายเดิม มาตรา 285(1) กำหนดราคารวมกันเพียงไม่เกิน 5,000.-บาท เท่านั้น และตามมาตรา 285(2) เดิม กำหนดไว้เพียง 10,000.-บาท เท่านั้น

            ประการที่สาม     กฎหมายแก้ไขมาตรา 286 วรรคหนึ่งและวรรคสอง  เรื่องสิทธิเรียกร้องเป็นเงิน ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี โดยบัญญัติไว้ดังนี้

            “ มาตรา 286 ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติกฎหมายอื่น เงินหรือสิทธิเรียกร้องเป็นเงิน  ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปนี้ ไม่อยู่ในความรับผิดชอบแห่งการบังคับคดี

            (1)        เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกำหนดไว้และเงินได้เป็นคราว ๆ อันบุคคลภายนอกได้ยกให้เพื่อเลี้ยงชีพ เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร

            (2)        เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน นอกจากที่กล่าวไว้ใน (2) ที่นายจ้างจ่ายให้แก่บุคคลเหล่านั้นหรือคู่สมรส หรือญาติที่ยังมีชีวิตอยู่ของบุคคลเหล่านั้น เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท หรือตามที่ศาลเห็นสมควร

            (3)        เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ได้รับอันเนื่องมาแต่ความตายของบุคคลอื่น เป็นจำนวนตามที่จำเป็นในการดำเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตายตามที่ศาลเห็นสมควร

            ในกรณีที่ศาลเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินตาม (1) และ (3) ให้ศาลกำหนดให้ไม่น้อยกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต่ำสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้นและไม่เกินอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของข้าราชการพลเรือนในขณะนั้น โดยคำนึงถึงฐานะในทางครอบครัวของลูกหนี้ตามคำพิพากษาและจำนวนบุพการีและผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะของลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วย “

            ประการที่สี่         กฎหมายได้เพิ่มเติมมาตรา 309 ตรี แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เรื่อง เกี่ยวกับการที่มีผู้ซื้อทรัพย์จาการขายทอดตลาด ของเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว เมื่อได้รับโอนทรัพย์แล้ว ปรากฏว่าลูกหนี้หรือบริวารยังอาศัยอยู่ในทรัพย์ที่ซื้อ โดยลูกหนี้หรือบริวารไม่ยอมออก ผู้ซื้อทรัพย์ สามารถยื่นคำร้องต่อศาล โดยมิต้องยื่นเป็นคำฟ้องขับไล่เป็นคดีใหม่ ซึ่งรายละเอียดของกฎหมายบัญญัติไว้ดังนี้

            “ มาตรา 309 ตรี  เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ขายให้แก่ผู้ซื้อหากทรัพย์สินที่โอนนั้นมีลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารอาศัย และลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารไม่ยอมออกไปจากอสังหาริมทรัพย์นั้น ผู้ซื้อสามารถที่จะยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลที่ อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตศาลให้ออกคำบังคับให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารออกไปจากอสังหาริมทรัพย์นั้นภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนด แต่ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ ให้บังคับตามมาตรา 296 ทวิ มาตรา 296 ตรี มาตรา 296 จัตวา มาตรา 286 ฉ มาตรา 296 สัตต มาตรา 299 มาตรา 300 มาตรา 301 และมาตรา 302 โดอนุโลม ทั้งนี้ ให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งคำบังคับ โดยผู้ซื้อมีหน้าที่จัดการนำส่ง และให้ถือว่าผู้ซื้อเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารที่อยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นลูกหนี้ตามบทบัญญัติดังกล่าว “

            ประการที่ห้า       กฎหมายได้ยกเลิกตารางอัตราค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีจากเดิม ลดลงจากเดิม ดังนี้

            ค่าธรรมเนียม การขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดหรืออายัดจากร้อยละ 5 ลดลงเหลือร้อยละ 3 จากจำนวนเงินที่ขายหรือจำหน่ายได้

            ค่าธรรมเนียม การถอนการยึดทรัพย์ที่ยึดหรืออายัดแล้วไม่มีการขายทอดตลาด จากเดิมร้อยละ 3.5 ลดลงเหลือร้อยละ 2

            นอกจากที่กล่าวแล้วยังมีรายละเอียดที่แก้ไขเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา (044-253591)

            เมื่อกฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับแล้วทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหวังว่า จะมีผู้สนใจซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดมากขึ้น โดยไม่ต้องกลัวพวกลูกหนี้และบริวารหัวดื้อ นอกจากนั้นผู้ซื้อทรัพย์ซึ่งยังประหยัดเวลาและประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะไม่ต้องจ้างทนายฟ้องคดีขับไล่เป็นคดีใหม่

 

 

 

 

 

 

 

 




บทความที่น่าสนใจ

นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร article
ข้อยกเว้น เหตุฟ้องหย่า article
ลิขสิทธิ์ : สิทธิบัตร article
คดีเช่าซื้อ article
ขายฝาก article
คนไทยสมรสกับคนต่างด้าว ซื้อที่ดิน article
ลูกหนี้ขี้โกง จะทำอย่างไรดี article
แชร์ลูกโซ่กับการเล่นแชร์ article
บันทึกความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา article
ผู้ถือหุ้นฟ้องกรรมการบริษัท
ปัญหาของโฉนดจากการครอบครองปรปักษ์
การแต่งตั้ง ถอดถอน กรรมการบริษัท
กรรมการบริษัท
บันทึกข้อหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
การกำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทางเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
สภาทนายความ จังหวัดนครราชสีมา
674 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000
โทรศัพท์ 044-253591 , 253016 ,244840 , 259556 - 8
FAX 256872
Generate By Procomputerdesign